มีช่วงเวลาหนึ่งหลังจากเรียนจบจากวันที่ออกวาดภาพเหมือน รับงานวาดภาพ และค่อย ๆ เดินเข้าสู่โลกของงานศิลปะร่วมสมัยอย่างจริงจัง แต่ผมกลับแทบไม่กล้า Sketch ภาพอีกเลย

มันอาจฟังดูแปลกสำหรับคนที่เป็นศิลปิน คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับการวาดภาพมาตลอด แต่ความจริงคือ เมื่อเราค่อย ๆ เติบโตอยู่ในโลกของงานศิลปะที่มี “รูปแบบ” ชัดเจนมากขึ้น..เราจะเริ่มมีความกลัวบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

‘กลัวว่าเส้นสด ๆ จะทำให้ภาษางานที่สร้างมานานนั้นเสียไป’
‘กลัวว่าจะถูกมองว่ายังติดอยู่กับการฝึกทักษะแบบนักศึกษา’
‘กลัวว่าตัวเองจะย้อนกลับไปยึดติดกับ “ความเหมือนจริง” จนไม่สามารถหลุดออกจากกรอบเดิม ๆ ที่โลกศิลปะพยายามผลักให้ก้าวข้าม’

 

บางครั้งเราก็ไม่ได้หยุดวาดเพราะหมดรัก แต่หยุด..เพราะคิดมากเกินไป

 

ผมพยายามหาเหตุผลมากมายมารองรับความกลัวเหล่านั้น โดยไม่รู้เลยว่า ตัวเองค่อย ๆ ห่างออกจากความสุขเล็ก ๆ ของการ Sketch ไปทุกที

จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมได้เจอเพื่อนศิลปินชาวอังกฤษคนหนึ่ง และเราออกไป Sketch เมืองพิชัยด้วยกัน วันนั้นทำให้ผมเริ่มมองเห็น “ความสนุก” อีกครั้ง แม้ในใจลึก ๆ ยังปล่อยตัวเองได้ไม่เต็มที่นัก เส้น แสงเงา วิธีคิด หลายอย่างยังติดอยู่กับทักษะเดิม กับสิ่งที่เคยใช้เวลาทุ่มเทฝึกฝนมาทั้งชีวิต แต่หลังจากนั้นไม่นานผมก็ได้เจอกลุ่ม Sketchers และ Bangkok Sketchers ในงาน “Phichai Colorful” ที่จัดขึ้นครั้งแรกในเมืองพิชัย

ภาพที่ผมเห็นวันนั้นเรียบง่ายมาก แต่กลับงดงามอย่างประหลาด ผู้คนกำลังนั่งวาดทุกสิ่งตรงหน้าอย่างอิสระ ร้านกาแฟ ต้นไม้ คนเดินผ่าน บ้านเก่า จักรยาน ศาลเจ้า แม้แต่แก้วน้ำบนโต๊ะ
ไม่มีใครกำลังพยายามสร้าง “ผลงานชิ้นเอก” พวกเขาแค่กำลังมีความสุขกับการใช้เส้นและสีสันที่พวกเขาเลือกใช้ และมีความสุขกับช่วงเวลาตรงหน้า

วันนั้นทำให้ผมนึกถึงบางอย่างที่หายไปจากชีวิตนานมากแล้ว ความสุขแบบเด็ก ๆ ความรู้สึกของการปล่อยมือให้เส้นเดินไปเองโดยไม่ต้องคิดว่าจะขายได้ไหม นักสะสมจะคิดอย่างไร แกลเลอรี่ต่างประเทศที่เคยร่วมงานกันจะมองสิ่งนี้แบบไหน หรือมันจะเข้ากับตลาดศิลปะที่ผู้คนติดตามผมอยู่หรือเปล่า

ผมจึงเริ่ม Sketch อีกครั้ง เริ่มจากกระดาษเล็ก ๆ สมุด Sketch ธรรมดา โปสการ์ดเก่า ๆ บางครั้งวาดเพียง 5 นาที บางครั้ง 10 หรือ 15 นาที และน่าแปลกเหลือเกิน ยิ่งออก Sketch มากขึ้น ยิ่งวาดเร็วขึ้นเท่าไร ผมกลับยิ่งรู้สึกใกล้ตัวเองมากขึ้นเท่านั้น
ผมเริ่ม Sketch ทุกอย่างที่เห็น ต้นไม้ในเมืองพิชัย กำแพงเมืองเก่าพิชัย บ้านไม้เก่า ศาลเจ้าแม่ ผู้คนในตลาด ตรอกเล็ก ๆ หรือแม้แต่ Kenny’s House เอง ที่มีหลายมุมซึ่งผมเคยมองข้ามไป รวมถึงสถานที่ต่าง ๆ ที่ได้เดินทางไป
หลายครั้งเส้นบิดเบี้ยว ผิดรูปทรงไม่ได้เหมือนจริงเลย แต่กลับ “รู้สึกจริง”

ผมเริ่มสนุกกับปากกาพู่กันจีนที่เพื่อน Sketchers ซึ่งเป็นอาจารย์ให้ลองใช้ สนุกกับหมึกที่ไหลโดยควบคุมไม่ได้ทั้งหมด และในช่วงหลัง ๆ ผมก็เริ่มใช้พู่กันจีนจุ่มหมึกโดยตรง ผมหลงรักรอยแตกของเส้น การซึมของหมึก พื้นที่ว่างสีขาวบนกระดาษ ลมหายใจที่ค่อย ๆ ไหลไปพร้อมจังหวะของมือ ทั้งกด ยก ปล่อย ย้ำ สนุกกับเส้นที่ไม่จำเป็นต้องร่างก่อน ไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปแก้ไข สนุกกับอักษรไทยเซนที่บางครั้งแม้แต่หลายคนอ่านไม่ออก

แต่เมื่อมองย้อนกลับมา ความไม่สมบูรณ์เหล่านั้นกลับทำให้ผมรู้สึก “มีชีวิต” มากกว่าความพยายามจะสมบูรณ์แบบเสียอีก มันเหมือนการได้กลับมาเริ่มต้นสร้างสรรค์อีกครั้ง ด้วยหัวใจที่เบากว่าเดิม

มาถึงวันนี้ การ Sketch สำหรับผมจึงไม่ใช่งานร่างอีกต่อไป แต่มันคือการบันทึก “จังหวะของชีวิต” การบันทึก “จังหวะของลมหายใจ” แม้บางภาพจะเต็มไปด้วยเส้นที่สั่นไหว บางภาพมีเพียงคราบน้ำกับหมึกไม่กี่จุดกับกระดาษชาวที่ว่างเปล่า แต่ความว่างนั้นกลับทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์นั่นคือพื้นที่ให้เราและผู้ชมได้มีพื้นที่สำหรับจินตนาการ บางภาพเหมือนบทกวีที่ไม่มีคำแปลที่กำลังสนทนาอยู่กับเรา เพียงลำพัง แต่ทุกภาพล้วนมีช่วงเวลาซ่อนอยู่ในนั้น และแน่นอนว่ามันได้เกิดขึ้นแค่เพียงครั้งเดียว

ผมค้นพบว่าเวลาที่เรานั่ง Sketch เมืองหนึ่งอย่างเงียบ ๆ เราจะเริ่มมองเห็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองข้าม แสงแดดที่กระทบกำแพงเก่า เสียงลมที่ลอดผ่านต้นไม้ กระทบกับใบไม้ที่สะบัดเล่นกับแสงระยิบ ความเงียบของตรอกเล็ก ๆ สีหน้าของผู้คนที่กำลังจดจ้องจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในโฟกัสของพวกเขา ซึ่งหลาย ๆ คน ก็เผลอนั่งเหม่อลอยแบบหลุดลอย ไร้โฟกัส

 

และบางครั้ง เราอาจได้มองเห็นตัวเอง ในเวอร์ชั่นที่เคยซ่อนอยู่ลึก ๆ ด้วยเช่นกัน

 

ทุกวันนี้ Sketch กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์อะไรให้ใครเห็น แต่คงไว้เพื่อเตือนตัวเองว่า ศิลปะสามารถเรียบง่ายได้เพียงแค่เส้นไม่กี่เส้น กระดาษหนึ่งแผ่น หมึกกับพู่กันเพียงด้ามเดียว ลมหายใจที่สงบ และหัวใจที่ยังรู้สึกกับโลกตรงหน้า สิ่งที่ผมเรียกมันว่า “ปัจจุบันขณะ” และแน่นอนว่าสิ่งนี้มันจะผ่านไปแล้วกลายร่างเป็นอดีต

 

แต่อารมณ์ความรู้สึก ณ ช่วงเวลานั้น ได้ถูกบันทึกไว้ผ่านเส้นและสีเรียบร้อยแล้ว