“จากคนที่เคยเสพติดความสมบูรณ์แบบ ที่วาดรูปต้องเหมือนภาพถ่าย เก็บทุกรายละเอียดจนเครียด วันนี้ผมค้นพบความสุขแบบใหม่ที่เรียกว่า Thai Zen ครับ”

Thai Zen คืออะไร?

Thai Zen หรือที่ผมเรียกสั้นๆ ว่า “ไทเซน” คือสไตล์ที่ผมนิยามขึ้นมาเอง มันคือการผสมผสาน “ตัวอักษรไทย” เข้ากับ “จิตวิญญาณตะวันออก” ซึ่งเป็นรากเหง้าบรรพบุรุษชาวจีนของผม ผมเขียนภาษาไทยในแนวตั้งด้วยพู่กันจีน โดยใช้หลักการเดียวกับการเขียนอักษรวิจิตรของจีนและญี่ปุ่น บางครั้งผมก็เขียนบทกวีแบบไฮกุสั้นๆ ลงไปด้วย เพื่อบันทึกสิ่งที่ผมเห็นในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ ผู้คน สถาปัตยกรรม หรือแม้แต่แมวที่เดินผ่านหน้าบ้าน
ผมเคยลองใช้ปากกาหัวพู่กันแทน เพราะสะดวกกว่าและกดเส้นได้ แต่สุดท้ายก็พบว่ามันทดแทนพู่กันจีนของจริงไม่ได้เลยครับ เพราะปากกาไม่มีความละเอียดอ่อนในเรื่องจังหวะฝีแปรง การอุ้มน้ำหมึก การรีดหมึก หรือจังหวะที่หมึกจะกระเด็น สิ่งเหล่านี้พู่กันจีนตอบสนองทางจิตใจของผมได้ลึกซึ้งกว่ามาก มันช่วยปลดล็อกข้อจำกัดทางอารมณ์ เพราะเส้นสายของมันมีอิสระ ไม่ถูกตีกรอบให้เป็นเส้นเดี่ยวๆ เหมือนปากกาหมึกซึม

การวาดด้วยพู่กันจีนจึงต้องวางแผนในหัวก่อนล่วงหน้า และเมื่อลงมือทำต้องห้ามลังเลเด็ดขาด ถ้าเผลอเส้นก็จะสั่น ถ้ารีบร้อนเกินไปเส้นก็จะขาด ถ้าแช่พู่กันไว้นานหมึกก็จะซึมกระจาย มันคล้ายกับการเล็งเป้ายิงธนู ที่เมื่อปล่อยมือไปแล้ว หากเปลี่ยนองศาเพียงนิดเดียว ทุกอย่างก็จะพลาดเป้าทันที นี่คือวินัยที่ไทเซนสอนผมมาตลอดหลายปี

ความงามของความไม่สมบูรณ์แบบ

ย้อนกลับไปสมัยที่ผมยังทำธุรกิจโรงงาน ผมเป็นคนที่ยึดติดกับความสมบูรณ์แบบมาก ทุกอย่างต้องไร้ที่ติ ผมวางเป้าหมายชีวิตในแต่ละช่วงวัยอย่างเข้มงวดว่าอายุเท่านี้ครอบครัวต้องเป็นแบบนั้น อายุเท่านั้นธุรกิจต้องถึงจุดนี้ การใช้ชีวิตแบบนั้นเต็มไปด้วยความเครียดและความกังวลตลอดเวลา เพราะความเป็นจริงมันไม่เคยเดินตามตารางที่เราขีดเส้นไว้เลยครับ

เมื่อมาถึงจุดปัจจุบัน ไทเซนสอนให้ผมมองเห็น “ความงามของความไม่สมบูรณ์แบบ” ซึ่งก็คือสัจธรรมของชีวิตที่ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว สิ่งนี้ช่วยให้ผมใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นและมีความสุขมากขึ้น ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้โดยไม่คาดหวัง ตัวอย่างที่ผมชอบยกให้ใครฟังก็คือ “วงกลมเอ็นโซ” ของเซน ซึ่งเป็นการตวัดพู่กันวาดวงกลมอย่างรวดเร็วและเฉียบขาดภายในครั้งเดียว

วงกลมเอ็นโซนั้นอาจมีช่องโหว่ มีรอยรั่ว มีรอยแตกของหมึก หรือไม่เป็นวงกลมที่สมบูรณ์แบบเลยก็ได้ แต่นั่นแหละครับคือความงามที่เกิดจากฝีแปรงแห่งชีวิต หากผมต้องการวงกลมที่สมบูรณ์แบบจริงๆ ก็แค่เอาฝาหม้อมาทาบแล้วขีดตาม แต่วงกลมแบบนั้นมันไม่มีลมหายใจของคนวาดอยู่ในนั้นเลย ไทเซนสำหรับผมจึงไม่ใช่แค่เทคนิคการวาดภาพ แต่เป็นวิธีมองโลกที่เปลี่ยนชีวิตผมไปทั้งชีวิต

แมว กระต่าย และลมหายใจในรอยหมึก

ภาพวาดไทเซนของผมมักจะมีสัตว์ใกล้ตัวปรากฏอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะ “แมว” และ “กระต่าย” เพราะผมเชื่อว่าการสื่อสารที่ง่ายที่สุดคือการใช้เส้นให้น้อยที่สุดเพื่อถ่ายทอดสิ่งรอบตัว ผมเปรียบ “กระต่าย” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มักตกเป็นเหยื่อและมีทักษะในการเฝ้าระวังตัวสูง เป็นสัญลักษณ์แทน “สติ” ในตัวมนุษย์ เพราะทุกวันนี้สติของเรามักถูกคุกคามจากสื่อโฆษณา ค่านิยมทางสังคม และแพลตฟอร์มต่างๆ ที่คอยหลอกล่อให้เราหลงเชื่อว่าต้องมีสิ่งนั้นสิ่งนี้ในวัยที่กำหนดจึงจะได้รับการยอมรับ

ส่วน “แมว” ผมเปรียบเป็นสัญลักษณ์แทน “ความคิด” ที่มักวิ่งวุ่นเสาะหาไปเรื่อย ซุกซน จนบางครั้งก็พลาดพลั้งตกอยู่ในสถานการณ์ที่ติดขัดโดยไม่รู้ตัว เหมือนแมวที่ใช้สัญชาตญาณมุดเข้าไปในรูแคบๆ แล้วติดพุงตัวเองจนถอนตัวไม่ออก ภาพวาดของผมจึงมักจะเป็นภาพของแมวที่นั่งนิ่งๆ หรือกระต่ายที่กำลังมองแมวอยู่เงียบๆ ซึ่งสื่อถึงการใช้สติเฝ้ามองและควบคุมความคิดให้สงบลง

ที่สำคัญที่สุด ตัวอักษรและเส้นสายในงานของผมไม่ได้เกิดจากการพิมพ์หรือการวาดธรรมดา แต่เป็นเส้นที่ลากออกมาจากจังหวะการกลั้นและปล่อยลมหายใจของผมจริงๆ ครับ ดังนั้นเวลาที่ใครได้มองเห็นลายเส้นหรือรอยหมึกบนผลงานของผม มันก็เปรียบเสมือนการได้สัมผัสและมองเห็นจังหวะ “ลมหายใจ” ที่ผมฝากทิ้งไว้บนผืนผ้าใบนั้นจริงๆ ถ้ามีใครถามว่าผมทำงานศิลปะแบบไหน ผมอยากถูกจดจำในฐานะ “ศิลปินไทเซนที่ใช้อักษรไทย แต่มีจิตวิญญาณแบบเอเชีย” ครับ

วิทยา ศรีม่วง (Kenny Keng)