Thai Zen เมื่ออักษรไทยกลายเป็นลมหายใจ

บางครั้ง ความเงียบพูดได้มากกว่าคำอธิบายยาวเหยียด และบางครั้ง เส้นเพียงเส้นเดียว ก็สะท้อนใจได้ทั้งดวง Thai Zen ไม่ได้เริ่มจากความต้องการสร้างงานใหม่ แต่มาจากคำถามง่าย ๆ ว่าหากเราหลงใหลจังหวะพู่กันแบบตะวันออก เหตุใดเราจึงไม่หายใจผ่าน “อักษรไทย” ของตนเอง  

ถ้ามองผลงานชุดนี้ในมุมของชาวต่างชาติที่ “อ่านไม่ออกเลยแม้แต่ตัวเดียว” สิ่งที่เห็นไม่ใช่ภาษา แต่คือ “การเคลื่อนไหวของจิต” ตัวอักษรแนวตั้งที่เรียงเหมือนบทกวีโบราณ มันกลายเป็น “สถาปัตยกรรมของอารมณ์” เส้นหมึกตั้งตระหง่าน ขณะที่พื้นที่ว่างทำหน้าที่เป็นความเงียบ

สิ่งที่โดดเด่นที่สุด คือ ความตึงเครียดที่งดงามระหว่าง “การควบคุม” กับ “ความอิสระ”   “โครงสร้าง” กับ “ความปล่อยวาง” “พลัง” กับ “ความอ่อนโยน”  หมึกหนักแน่น แต่ไม่แข็งกร้าว รูปทรงเรียบง่าย แต่ไม่ว่างเปล่า ดูมีรากจากอดีต แต่ไม่ถูกจำกัดด้วยอดีต

แม้อ่านไม่เข้าใจ แต่ผู้ชมจะรู้สึกถึง ความสงบ ความอยากรู้ อารมณ์ขันบางเบา และความไร้กาลเวลา Thai Zen Lettering ในสายตาของคนนอกภาษา จึงไม่ใช่การอ่านความหมาย แต่คือการเห็น “สติ” ที่กลายเป็นรูปทรง

อักษรเหล่านี้จึงไม่ใช่ตัวหนังสือในความหมายแบบไวยากรณ์ แต่มัน คือ ร่องรอยของช่วงขณะหนึ่ง เป็นจังหวะที่พู่กันแตะกระดาษ แล้วไม่ย้อนกลับไปแก้ไข

ทุกเส้นใน Thai Zen ไม่จึงได้เริ่มจากปลายพู่กัน แต่มาจากลมหายใจ ไม่ได้ตั้งใจให้สะกดทุกตัว
แต่ให้ร่างกายรู้สึกถึงความนิ่งที่ชนะความต่าง มันจึงไม่ใช่แค่สไตล์ แต่มันคือ “ระเบียบของจิตที่ปรากฏผ่านน้ำหมึกจากปลายพู่กัน”

 

รากของความสงบ

แรงบันดาลใจของ Thai Zen มาจากความเรียบง่ายแบบเซน จากพลังเส้นหมึกของจีนและญี่ปุ่น แต่แทนที่จะเลียนแบบ เขากลับเลือก “กลับบ้าน” กลับมาใช้อักษรไทยจัดวางแนวตั้งแบบ Thai Zen ปล่อยพื้นที่ว่างให้หายใจ เพราะในความว่างนั้นมีชีวิตอยู่

 

เส้นคือภาวะ ไม่ใช่ลวดลาย

ใน Thai Zen เส้นไม่ได้ถูกวาดเพื่อความสวยงาม แต่เพื่อสะท้อน “สภาวะ” เส้นหนา คือ พลัง เส้นบาง คือความอ่อนโยน เส้นที่สั่นเล็กน้อย คือ ความเป็นมนุษย์ ทุกคำเขียนในหนึ่งลมหายใจ ไม่มีการร่าง ไม่มีการแก้ไข เพราะชีวิตเองก็ไม่มีปุ่มย้อนกลับ

 

ความว่างที่มีชีวิต

หลายคนมองเห็นพื้นที่ว่างแล้วคิดว่า “ยังไม่เสร็จ” แต่ใน Thai Zen พื้นที่ว่างคือหัวใจ มันทำให้เส้นมีที่ยืนทำให้สายตาช้าลง ทำให้ใจหยุด เมื่อผู้ชมยืนอยู่หน้าผลงาน เขาอาจไม่ได้เข้าใจทันที แต่ถ้าเขาเงียบลงได้แม้เพียง 3 วินาที

งานนั้นก็ทำหน้าที่ของมันแล้ว

 

บทสนทนาที่ไม่มีเสียง

Thai Zen คือบทสนทนาสามชั้น

ชั้นแรก              ศิลปินสนทนากับลมหายใจของตนเอง

ชั้นที่สอง           ผลงานสะท้อนสภาวะ ณ ขณะนั้น

ชั้นที่สาม           ผู้ชมอ่านคำ… แล้วอ่านตนเอง

 

ไม่มีคำอธิบายกำกับ ไม่มีเรื่องเล่าบังคับความหมาย มีเพียงคำสั้น ๆ เช่น ลมหายใจ ว่าง กลับบ้าน ใจ แต่คำเหล่านี้ไม่ใช่ข้อความ แต่มัน คือ กระจกที่สะท้อนหัวใจของผู้ชม เปรียบเหมือนกับการสนทนาโต้ตอบระหว่างผลงานกับผู้ชม

 

Thai Zen ไม่ได้ต้องการความเข้าใจ

มันต้องการ “การอยู่กับมัน” อยู่กับเส้น อยู่กับช่องว่าง อยู่กับจังหวะ ในโลกที่ทุกอย่างเร่งรีบ

Thai Zen          ชวนให้ช้าลง ในโลกที่เต็มไปด้วยเสียง

Thai Zen          ชวนให้เงียบ ในโลกที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

Thai Zen          ชวนให้กลับมารู้สึก

 

ยืนอยู่บนรากไทย สนทนากับโลก

Thai Zen ไม่ใช่งานเลียนแบบวัฒนธรรมอื่น แต่เป็นการนำอักษรไทยเข้าสู่บทสนทนาศิลปะร่วมสมัยระดับสากล

มัน คือ Thai Script in Zen Discipline  เรียบ นิ่ง แต่มั่นคง

 

สุดท้ายแล้ว

Thai Zen ไม่ได้ถามว่า “คุณเข้าใจงานนี้ไหม” แต่มันถามว่า “คุณได้ฟังตัวเองหรือยัง” และบางทีคำตอบนั้น

ไม่ได้อยู่ในเส้นหมึก..แต่อยู่ในความเงียบ ที่คุณเพิ่งสัมผัสมันเมื่อครู่นี้


วิทยา ศรีม่วง (Kenny Keng)

รายละเอียด

Thai Zenเมื่ออักษรไทยกลายเป็นลมหายใจ
วิทยา ศรีม่วง (Kenny Keng)
90 ซ.ม. × 178 ซ.ม.
พู่กันจีน
8 สิงหาคม พ.ศ. 2564
Kenny's House